อานิสงส์จากการถวายเทียน

อานิสงส์จากการถวายเทียน

หลวงพ่อพระราชพรหมยานเล่าอานิสงส์การถวายเทียนหรือหลอดไฟในวันเข้าพรรษา การถวายเทียนเข้าพรรษา หรือว่า ถวายกระแสไฟในพระพุทธ-ศาสนา เหมือนกัน อย่างนี้ถ้าเกิดเป็นเทวดาจะมีรัศมีกายสว่างมาก ต่อไป

ถ้า บรรลุมรรคผล จะเป็นบุคคลผู้เลิศใน ทิพจักขุญาณ อย่าง พระอนุรุทธ ท่านได้ถวายเทียนเข้าพรรษาตลอดมา ถวายพระประทีปโคมไฟวัดไหนมืดชอบถวายตะเกียงบ้างน้ำมันบ้างให้มีแสงสว่างต่อ มาในชาติสุดท้าย เมื่อเป็น พระอรหันต์วิชชาสาม ท่านสามารถมี ทิพจักขุญาณสว่างกว่าพระอรหันต์ทั้งหมด แม้แต่ พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณก็ยังสู้ไม่ได้ นี่ประการหนึ่งถ้าท่านทั้งหลายไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหม ก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก เพราะเทวดา นางฟ้า และพรหมเขาถือรัศมีกายเป็นสำคัญเขาไม่ถือเครื่องแต่งกายเป็นสำคัญ องค์ไหนถ้ารัศมีกายสว่างมากองค์นั้นมีบุญมาก เมื่อมีจิตใจเลื่อมใส ได้ทำการบูชาเช่นนี้ พระชินศรีตรัสว่าเป็นมงคลอันสูงสุด ดังพระบาลีว่า ปูชา จ ปูชะนียานัง เอตัมมังคลมุตตมัง การบูชาบุคคลผู้ควรบูชาเป็นมงคลอันสูงสุด อนึ่งชื่อว่าได้ขวนขวายในกิจ อันปราศจากโทษความเดือนร้อนในภายหลังมิได้ ย่อมได้รับผลพิเศษทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

อานิสงส์ถวายเทียนพรรษา
การ ถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบๆ มาเป็นเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้น เมื่อได้นำเทียนไปถวายพระสงฆ์แล้ว ท่านก็จะได้จุดบูชาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงค์ คือ

1. ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน
2. ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ
3. ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
5. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
6. เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
7. เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์
8. หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน

คำถวายเทียนพรรษา
ยัค เฆ ภันเต สังโฆ ปะฏิชานาตุ มะยัง ภันเต เอตัง ปะทีปะยุคัง สะปะริวารัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ อิมัสมิง อุโปสะถาคาเร นิยยาเทมะ สาธุ โน ภันเต อะยัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ ปะทีปะยุคัสสะ ทานัสสะ อานิสังโส อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ปิยะชะนานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ ฯ

คำแปล
ข้า แต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงรับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอมอบถวาย เทียนคู่นี้ พร้อมกับของบริวารไว้ ณ พระอุโบสถนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายคู่เทียน เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษานี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ปิยชนทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ ฯ

เคล็ดลับทำบุญ
ตั้งแต่ ในอดีต จึงมีความเชื่อว่าการถวายเทียน จะช่วยให้ชีวิตโชติช่วง พบเจอแต่เรื่องดีๆ หากมีปัญหา ก็พบแสงสว่างซึ่งหมายถึงทางแก้ไขในไม่ช้า และเมื่อนำมาเชื่อมโยงกับเคล็ดเรื่องของความรัก ก็หมายถึงการส่องสว่างในชีวิตคู่ หรือหากใครยังไม่มีคู่ก็จะช่วยส่องทางให้พบกันในเร็ววัน สำหรับคนไม่มีคู่อยากได้คู่ เวลาถวายเทียนพรรษา ให้ถวายเป็นคู่ ( 2 เล่ม) โดยให้ใช้ดินสอแหลม หรือเหล็กแหลมๆ เขียนชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิดของตัวเองลงไปบนเทียนทั้งสองเล่ม แล้วจึงถวายพระ ซึ่งการถวายเทียนนี้ จะนิยมมากสำหรับคนยังไม่มีคู่ เพราะจะเป็นเคล็ดในเรื่องการให้ความสว่างไสว เป็นแสงสว่างนำทางไปพบคู่เร็วๆ ถ้าให้ดีควรถวายพวงมาลัยด้วย แต่ก็ต้องถวายพวงมาลัย 1 คู่ เหมือนกัน ส่วนในรายที่มีคู่แล้ว แนะให้ทำบุญถวายเทียนร่วมกัน โดยต้องถวายเทียน 1 คู่ และเขียนทั้งชื่อตัวเอง และชื่อคู่รักลงไปบนเทียนทั้งสองเล่ม คู่กันไปเลยนะครับ จะมาเขียนชื่อตัวเองเล่มหนึ่ง อีกเล่มหนึ่งชื่อคู่รักอย่างนั้นไม่ได้ส่วนพวงมาลัยอันนี้ถวายพวงเดียวก็พอ

อย่างไรก็ดีตั้งแต่ในอดีต ผู้คนนิยมถวายเทียนพรรษาเพื่อให้พระภิกษุได้ใช้ส่องสว่างขณะจำพรรษาอยู่ที่ วัด เชื่อว่าการถวายเทียน จะช่วยให้ชีวิตโชติช่วง พบเจอแต่เรื่องดีหรือ ถวายหลอดไฟก็ได้ แต่ผมแนะนำให้ถวายเป็นเทียนพรรษาดีกว่า เพราะตามตำราโบราณ มันได้ความรู้สึกบางอย่าง ซึ่งดีกว่าเป็นหลอดไฟ หากเป็นเทียน เวลาพระไปเดินจงกลมตรงไหน ก็จุดได้เลย

ขอบคุณเครดิต : Ramet Tanawangsri